1. บทนำ
สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือ สพธอ. (“สำนักงาน”) ให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 และโดยที่การดำเนินงานของสำนักงานต้องมีการเก็บรวบรวมและประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล สำนักงานจึงเป็นผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ที่ต้องมีหน้าที่และความรับผิดชอบในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลตามกฎหมาย
2. ขอบเขต
นโยบายนี้มีผลบังคับใช้กับผู้ที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการข้อมูลตลอดวงจรชีวิตข้อมูลของสำนักงาน เช่น ผู้อำนวยการ คณะกรรมการ คณะอนุกรรมการ พนักงาน ลูกจ้าง คณะทำงาน นิสิตและนักศึกษาฝึกงาน คู่สัญญา หน่วยงานภายนอกหรือบุคคลภายนอกที่ปฏิบัติงานในนามหรือร่วมงานกับสำนักงาน เป็นต้น ตลอดจนผู้ที่อยู่ในโครงสร้างธรรมาภิบาลข้อมูล และผู้ที่มีหน้าที่โดยตรงในการสนับสนุนการดำเนินการและการปฏิบัติตามนโยบายนี้
สำนักงานมุ่งหวังให้ผู้ที่ต้องปฏิบัติตามนโยบายนี้ ได้มีการทำความเข้าใจหลักการและแนวทางที่กำหนดนโยบายนี้ และพึงยึดถือปฏิบัติอย่างเคร่งครัด หากมีผู้ที่ปฏิบัติฝ่าฝืนนโยบาย รวมถึงแนวปฏิบัติต่าง ๆ ภายใต้นโยบายนี้ สำนักงานจะพิจารณาดำเนินมาตรการที่จำเป็นเพื่อลงโทษผู้ที่ฝ่าฝืนนั้น
3. วัตถุประสงค์
- เพื่อให้การดำเนินงานด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของสำนักงานเป็นไปตามข้อกำหนดของกฎหมาย
- เพื่อเป็นแนวทางในการดำเนินการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่สำนักงานมีการเก็บรวบรวมและประมวลผล ให้กับพนักงานและผู้ที่มีส่วนเข้าไปเกี่ยวข้องกับข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวได้ยึดถือปฏิบัติโดยเคร่งครัด
- เพื่อให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมั่นใจว่าข้อมูลส่วนบุคคลที่สำนักงานมีการเก็บรวบรวมไว้จะได้รับการปกป้องดูแลและนำไปประมวลผลอย่างเหมาะสม โปร่งใส และเป็นไปตามข้อกำหนดของกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
4. คำนิยาม
กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 และที่มีการแก้ไขเพิ่มเติมในอนาคต รวมถึงกฎหมายลำดับรองและกฎเกณฑ์ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง
ข้อมูลส่วนบุคคล (Personal Data)
ข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลซึ่งทำให้สามารถระบุตัวบุคคลนั้นได้ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม เช่น ชื่อ นามสกุล อีเมล เบอร์โทรศัพท์ รวมถึงข้อมูลทางชีวมิติ (Biometric) แต่ไม่รวมถึงข้อมูลของผู้ถึงแก่กรรม
ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล (Data Controller)
บุคคลหรือนิติบุคคลซึ่งมีอำนาจหน้าที่ตัดสินใจเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล
ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล (Data Processor)
บุคคลหรือนิติบุคคลซึ่งดำเนินการเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามคำสั่งหรือในนามของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล
เจ้าของข้อมูล (Data Subject)
บุคคลธรรมดาที่เป็นเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลนั้น (ไม่ใช่กรณีมีความเป็นเจ้าของ Ownership หรือผู้สร้าง/เก็บรวบรวมข้อมูลเอง)
การประมวลผล (Processing)
การเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล ตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
5. หลักการสำคัญในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
สำนักงานจะประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล โดยอยู่บนพื้นฐานหลักการสำคัญดังต่อไปนี้:
- Lawfulness, Fairness and Transparency: การประมวลผลต้องเป็นไปโดยชอบด้วยกฎหมาย เป็นธรรม และมีความโปร่งใส
- Purpose Limitation: ดำเนินการภายในขอบเขตวัตถุประสงค์ที่กำหนด ชัดเจน และไม่นำไปใช้ในทางที่ไม่สอดคล้อง
- Data Minimization: ประมวลผลเท่าที่เพียงพอ เกี่ยวข้อง และจำเป็นต่อวัตถุประสงค์เท่านั้น
- Accuracy: ข้อมูลต้องถูกต้อง และได้รับการปรับปรุงให้เป็นปัจจุบันในกรณีที่จำเป็น
- Storage Limitation: จัดเก็บตามระยะเวลาเท่าที่จำเป็น เว้นแต่มีกฎหมายกำหนดให้เก็บนานกว่านั้น
- Integrity and Confidentiality: มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัย ป้องกันการเข้าถึงโดยไม่ชอบ การสูญหาย หรือเสียหาย
6. การปฏิบัติให้สอดคล้องตามหลักการสำคัญ
สำนักงานกำหนดแนวทางการดำเนินงานเพื่อให้มั่นใจว่าหลักการสำคัญถูกนำไปสู่การปฏิบัติจริง ดังนี้:
- กำหนดโครงสร้างองค์กร ผู้รับผิดชอบ และแต่งตั้งตัวแทนติดต่อประสานงานกับเจ้าของข้อมูลและ สคส.
- กำหนดแนวปฏิบัติ หน้าที่ความรับผิดชอบของพนักงานให้สอดคล้องกับนโยบายและกฎหมาย
- จัดอบรมสร้างความตระหนักรู้และความเข้าใจแก่พนักงานอย่างต่อเนื่อง
- แจ้ง Privacy Notice และ Cookie Notice ชัดเจนแก่ผู้ใช้บริการ
- การขอความยินยอมต้องทำอย่างชัดแจ้ง ใช้ภาษาอ่านง่าย เข้าถึงได้สะดวก
- กำหนดช่องทางและกระบวนการรับเรื่องร้องเรียนและการใช้สิทธิของเจ้าของข้อมูล
- จัดทำกระบวนการตรวจสอบ สอบสวน และรายงานกรณีเกิดเหตุละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล
- บันทึกรายการกิจกรรมการประมวลผล (ROPA) ตามมาตรา 39 และทบทวนอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง
- จัดทำตารางการจัดเก็บข้อมูล (Retention Schedule) เพื่อควบคุมระยะเวลาจัดเก็บ
- ทำข้อตกลงการประมวลผลข้อมูล (DPA) ในกรณีที่มีการว่าจ้างผู้ประมวลผลภายนอก
- กำหนดมาตรการควบคุมการส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปยังต่างประเทศ
7. หลักการในการประมวลผลข้อมูล
การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลจะดำเนินการโดยอาศัยฐานทางกฎหมาย ดังต่อไปนี้:
- เพื่อการปฏิบัติตามสัญญา หรือใช้ในการดำเนินการตามคำขอก่อนเข้าทำสัญญา
- เพื่อป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของบุคคล
- เพื่อการปฏิบัติหน้าที่ในการดำเนินภารกิจเพื่อประโยชน์สาธารณะ หรือใช้อำนาจรัฐ
- เพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย (Legitimate Interest) ของสำนักงานหรือบุคคลอื่น
- เพื่อจัดทำเอกสารประวัติศาสตร์ จดหมายเหตุ การศึกษาวิจัย หรือสถิติ
- เป็นการปฏิบัติตามหน้าที่ที่กฎหมายกำหนด
- เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้ให้ความยินยอม (Consent)
8. สิทธิของเจ้าของข้อมูล
เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีสิทธิตามกฎหมาย ซึ่งสำนักงานพร้อมอำนวยความสะดวกในการดำเนินการ ดังนี้:
หากต้องการยื่นคำร้องขอใช้สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล สามารถส่งอีเมลมาได้ที่:
รายละเอียดเพิ่มเติมสามารถอ่านได้ที่หัวข้อ "การตรวจสอบและการขอใช้สิทธิ" บนเว็บไซต์ สพธอ.9. นโยบาย แนวปฏิบัติ และคู่มืออื่นที่เกี่ยวข้อง
- นโยบายธรรมาภิบาลข้อมูล
- ขั้นตอนการปฏิบัติงาน เรื่อง การบริหารจัดการข้อมูล
- นโยบายและแนวปฏิบัติการรักษาความมั่นคงปลอดภัยด้านสารสนเทศ
- แนวทางและขั้นตอนการรับคำร้องขอใช้สิทธิของเจ้าของข้อมูล
10. การทบทวนและปรับปรุงนโยบาย
สำนักงานจะทำการทบทวนนโยบายนี้ให้เป็นปัจจุบันเสมออย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง หรือเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงที่มีความจำเป็น เพื่อให้นโยบายสอดคล้องและเหมาะสมกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลง โดยจะประกาศให้ทราบผ่านทางเว็บไซต์ สพธอ. และช่องทางการสื่อสารอื่น ๆ ที่เหมาะสม